ญี่ปุ่นครั้งแรกภาคสอง

เช้ามาคาเสะซังจะนำเราไปยังภูเขาไฟฟูจิ
ซึ่งระหว่างทางเราได้ผ่านถนนสายดนตรีด้วย
โดยจะมีดนตรีบรรเลงอยู่ตามถนน
ในญี่ปุ่นจะมีด้วยกัน 10 สาย (หรือ 12 สาย)
ซึ่งมีไว้สำหรับทดสอบความดัน
หากเราได้ยินเสียงแสดงว่าหูเราปกติ
อีกทั้งยังช่วยในการตรวจสภาพรถได้อีกด้วย
โดยการที่วัดจากคนด้านหลัง หากเสียงดนตรี
แสดงว่า รถมีคุณสมบัติมากพอที่จะขี่รถขึ้นภูเขาได้
(พี่เหมียวบอกว่าวัดจากเสียงเครื่อง
โดยส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกัน)
ภูเขาไฟฟูจิแน่นอนเป็น Landmark ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้
โดยมีทั้งหมด 10 ชั้น (เรียกว่าสถานี)
แต่รถสามารถขึ้นไปได้แค่ 5 สถานนีเท่านั้น
ที่เหลือต้องปีนขึ้นไปเอง
โดยจากชั้น 5 ไปชั้น 10 ใช้เวลาปีนรวมพักประมาณ 5 ชั่วโมง
ที่สถานีที่ 5 ทำให้เราได้ถ่ายรูปกับภูเขาไฟฟูจิ
ซึ่งมักจะมีเมฆมาบังปากป่องภูเขาไฟตอนถ่ายรูป
ทำให้ต้องรอเวลาให้เห็นปากภูเขาไฟอยู่เสมอ

Continue reading

ญี่ปุ่นครั้งแรกภาคหนึ่ง

เมื่อรู้ว่าใครได้ไปญี่ปุ่น เรารู้สึกเฉยๆ มาก
แต่เมื่อได้สัมผัสพูดคุย หรือสภาพแวดล้อมของคนในประเทศนี้แล้ว
พบว่า ตื่นเต้นมากๆ ตื่นเต้นกับทุกๆ อย่างที่พบเจอ

ในการเดินทางได้เดินทางด้วยเครื่องบินใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 20 นาที
มีไกด์สองท่าน คือ พี่บังและพี่เหมียว

เริ่มแรกเมื่อลงจากเครื่อง สิ่งที่เรียกหาคือ ห้องน้ำ
เข้าไปปุ่ม โอโห! ปุ่มอะไรเยอะแยะว่ะเนี่ย ใช้ก็ไม่เป็น
ก็เลยถามเพื่อนๆ คนที่เคยมาแล้ว เมื่อได้รับข้อมูลก็เริ่มซนตามภาษา
โถ่ฉีดก้นอัตโนมัติ มีปรับแรงดันน้ำ ที่สำคัญ แม่นเหมือนจับวาง
เปิดเสียงป้องกันการถ่ายหนักได้ด้วย แถมมีกระดาษลองโถ่นั่งให้ด้วย
เท่านั้นไม่พอ ที่รองก้นตรงชักโคกยังทำให้ก้นเราอุ่นได้อีกด้วย
(บางที่ก็ปรับน้ำฉีดก้นให้อุ่นได้ด้วยนะ
และบางที่ไม่มีคำอธิบายภาษาอังกฤษ
ต้องใช้วิธีในการจำสีแทน)

คนญี่ปุ่นคนแรกที่ได้พูดคุยคือ คาเสะซัง ซึ่งเป็นผู้ขับรถให้แก่กลุ่มของเรา
คาเสะซังเป็นคนน่ารักมาก แถมพูดไทยได้ด้วย และฟังไทยได้เยอะมาก
และที่ประทับใจคือ การแต่งตัวของคนขับรถนั้นเหมือนนักธุรกิจมาก
เสื้อ Shirt ขาวแขนยาว กางเกง Slack รองเท้าหนัง มีผูกไทร์ด้วย
เอาง่ายๆ ว่าเรียบร้อยมาก มีอึ้งเลยใน First Impression
Continue reading